รวบรวมข้อมูลพันธุ์ไม้ใบหญ้าในเมืองไทยตามใจผู้เขียน อย่าหวังอะไรมากครับ

05 มีนาคม 2550

กล้วยไม้ที่น้ำตกบริพัตร 2007-02-11


วันนี้ไปเยี่ยมน้ำตกบริพัตรอีกครั้ง ต่างจากสองครั้งแรกที่ไป ครั้งแรกนั้น ไปช่วงวันหยุดปีใหม่ ตอนนั้นฝนยังตก ป่ายังชื้นอยู่มาก มีต้นไม้คลุมดินหลายชนิด โดยเฉพาะพวกบีโกเนีย หลายชนิดกำลังออกดอกทิ้งท้ายฝน เพื่อจะตายในช่วงแล้ง แล้วกลับมามีชีวิตใหม่ในหน้าฝนต่อไป

ครั้งที่สอง ไปในเดือนเมษายน ก่อนสงกรานต์ ตอนนั้นฝนแรกเริ่มตกแล้ว แต่บีโกเนียยังไม่ขึ้น แต่ก็มีไม้ที่ออกดอกหน้าร้อนหลายชนิด เช่นพวกเข็มและกล้วยไม้ เช่น Cymbidium ensifolium หรือชื่อไทยคือ จุหลัน

















แต่ก็แปลกที่ออกดอกเดือนเมษายน ทั้งที่ในตำราบอกว่าออกดอกระหว่างตุลาคมถึงธันวาคม แล้วสีก็ยังออกเหลืองอย่างชัดเจน ในขณะที่ในตำรามักจะบอกว่าเป็นสีน้ำตาล ต้นที่มีดอกตลอด ไม่ว่าจะไปเยี่ยมเดือนไหนก็คือเข็มม่วง

ครั้งนี้ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ จะเห็นอะไรบ้าง เรามาติดตามกัน

เราเดินขึ้นไปตามทางขึ้นไปสู่น้ำตกชั้นบนครับ เพื่อตามรอยต้นไม้ ไม่ได้เล่นน้ำครับ ช่วงนี้ไม่มีฝนแล้ว พื้นดินแห้ง บีโกเนียตายหมดแล้ว ดอกไม้แทบไม่มีเห็นนอกจากเข็มม่วง ระหว่างทางแทบจะไม่มีอะไรน่าสนใจ เจอเข็มป่าดอกแดงต้นนึง แต่คราวนี้เราตามหากล้วยไม้กัน คราวก่อนๆ หน้านี้ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกล้วยไม้ป่าเท่าไหร่ แต่คราวนี้มีตำราแล้ว แต่ไม่ได้เอาไปด้วย ใช้วิธีถ่ายรูปเอามาเทียบกับตำรา แต่ก็ไม่ง่ายเลย เพราะช่วงนี้ไม่มีอะไรออกดอก นอกจาก... Appendicula pendula

















ดอกเล็กกว่าหัวเข็มหมุดเสียอีก ตอนแรกไม่ได้สังเกตเลยด้วยซ้ำว่ามีดอก เพราะมันเล็กมากจริงๆ ต้นนี้ไม่มีชื่อภาษาไทย เพราะไม่มีอะไรน่าสนใจเอาเลย ตำราบอกว่าออกดอกเดือนมิถุนายน แต่ที่นี่ออกดอกไปแล้ว น่าสังเกตว่ากล้วยไม้ทางใต้นี่ออกดอกผิดฤดูกาลที่เขียนไว้ตามตำราไปหมด คือถ้าเป็นกล้วยไม้ที่พบในภาคอื่นๆ ด้วย ทางใต้นี่จะออกดอกผิดเวลาจากเขาหมด เพราะฉะนั้นคาดหวังอะไรไม่ได้เลย

คราวนี้เจอต้นนึงที่น่าจะเป็น Pholidota imbricata หรือชื่อไทยว่า เอื้องกาบดอก หรือเอื้องสายสร้อย หรือเอื้องลำต่อใหญ่ หรือว่าหางกระดิ่ง แต่ก็ไม่แน่ใจ ใบยาวมากทีเดียว ช่อดอกยาวฟุตกว่าๆ ที่รู้ว่าช่อดอกยาวเพราะกำลังติดฝักเป็นพวงเลย แต่ว่ามันอ้อมไปอยู่หลังกิ่งไม้ ไม่ใช่สิ รากไม้ เลยไม่เห็นในรูป

















ดูดอกที่เอามาจากเว็บกันครับ

















ทีแรกก็เรียกเป็นสิงโตหมดเลย แต่พอเอามาเทียบกับตำราแล้ว ถึงได้พอจะแยกออกว่าต้นนี้น่าจะเป็น Pholidota แต่จะไม่บรรยายรายละเอียด เพราะคิดว่าคงไม่น่าสนใจสำหรับคนส่วนใหญ่

อีกต้นนึงที่ติดอยู่กับกิ่งไม้แห้งที่หล่นอยู่บนพื้น ทีแรกก็นึกว่าเป็นพวกสิงโต พวก Bulbophylum แต่พอเอามาเทียบกับตำราแล้วน่าจะเป็น Eria ornata หรือชื่อไทยว่า เต่าทอง ต้นนี้ดอกไม่ได้สวยงามอะไร ดูจากรูปที่เอามาจากเว็บจะเห็นใบเลี้ยงสีส้มสดใสสวยงาม ไม่ต้องบรรยายนะว่าทำไมถึงจำแนกว่าน่าจะเป็นชนิดนี้ รายละเอียดเยอะมาก อิอิ



ยังมีอีก เกาะอยู่กับกิ่งไม้ที่ล้มนอนอยู่ ต้นนี้น่าจะอยู่ในกลุ่ม Bulbophyllum จริงๆ ซึ่งก็แตกย่อยไปอีก 6 genus แต่ดูๆ แล้วน่าจะเป็น Bulbophyllum หรือไม่ก็ Cirrhopetalum เดาเอาน่ะ



อีกต้นนึงอยู่ที่โคนไม้ใกล้ๆ กัน ต้นนี้จำแนกไม่ถูกครับ เพราะยังเล็ก อาจเป็น Coelogyne หรือ Eria ก็ได้ ไม่รู้เหมือนกัน นอกนั้นระหว่างทางยังเห็น Renanthera ที่น่าจะเป็น Renanthera isosepala หรือในภาษาไทยว่าหวายแดง อยู่ประปรายหลายแห่ง กล้วยไม้ต้นนี้แต่เดิมเรียกหวายแดงประจวบ ดอนเด็กๆ ยังเห็นขึ้นอยู่ตามข้างทางไปหัวหินเลย แต่ตอนนี้คงหาไม่ได้แล้ว ต้องหาตามป่าเขาทางใต้ลงไปอีก ช่วงนี้ไม่มีดอก ฤดูดอกตามตำราว่าเดือนสิงหาคมโน่น ถ้ามีโอกาสจะตามไปเก็บรูปมาให้ดู ต้นนี้ดอกสีแดงเพลิง ช่อยาวมากทีเดียว สวยงามมาก

วันนี้มาแนววิชาการมากเลย แต่เอาเป็นว่าใครไม่สนใจวิชาการก็ดูดอกไม้สวยๆ ที่เอามาให้ดูแล้วกัน อิอิ

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

Comments: แสดงความคิดเห็น

<< Home

This page is powered by Blogger. Isn't yours?