Links
Archives
รวบรวมข้อมูลพันธุ์ไม้ใบหญ้าในเมืองไทยตามใจผู้เขียน อย่าหวังอะไรมากครับ
23 เมษายน 2550
น้ำตกโตนปลิว 2007-04-21
ข้างล่างเขาทำเป็นฝายไว้ครับ ให้เล่นน้ำกัน เจ้าตัวเล็กก็ลงเล่นน้ำตามระเบียบ หลังจากพาปีนเขาเสียเหนื่อยแล้ว
แต่คราวนี้ก็ได้ถ่ายรูปต้นไม้ดอกไม้แปลกๆ มาฝากครับ ต้นแรกมีแต่ดอกโผล่มาครับ อยู่ด้านล่างของน้ำตกเลย เป็นดอกบุก Amophophallus ครับ สีขาวสวยเชียว ดอกขนาดซักฟุตกว่า โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่เหม็น เพราะยังอ่อนอยู่
แถวๆ นั้นก็มีหน่อบุกโผล่ขึ้นมาเป็นหย่อมๆ บางชนิดดอกใหญ่มาก นับเป็นดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ถ้านับความสูงกัน คือตัวดอกก็ใหญ่ และก้านเกสรตัวผู้สูงมาก
พอดีช่วงนี้ฝนทิ้งช่วง ปีนเขาไปได้หน่อยนึงผืนดินก็แห้งแล้ว ทำให้เดินได้สะดวกหน่อย ไม่ลื่นเหมือนตอนฝนตกบ่อยๆ ขึ้นสูงไปซักระยะหนึ่ง ก็เริ่มเห็นกล้วยไม้หลายชนิด แต่ไม่มีดอกครับ เห็นแต่ต้น เป็นพวกเอื้องขาไก่ Flickingeria มากที่สุด แต่เห็นซะบ่อย เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา ตามก้อนหินและต้นไม้ก็มีพวกสิงโต Bulbophyllum ครับ แต่ไม่รู้จัก genus แน่นอน และไม่ทราบชนิด เป็นพวกต้นค่อนข้างเล็ก บางต้นดูแปลกตา
กล้วยไม้ในกลุ่ม Vandoideae ก็พอมีให้เห็น แต่ไม่มากนัก
ป้ายกำกับ: Amophophallus, bulbophyllum, Flickingeria, toneplew water fall, Vandoides
18 เมษายน 2550
น้ำตกลาดเตย 2007-04-14
น้ำตกลาดเตยที่จริงก็เป็นน้ำตกเล็กๆ ที่ไม่โดดเด่นอะไร แต่ด้วยเป็นเทศกาลสงกรานต์ เลยมีคนมากเป็นพิเศษ จนทางพื้นที่จัดคนมาดูแลเรื่องที่จอดรถให้เป็นระเบียบ ไม่งั้นอาจมีคนจอดขวางทางได้ ก็ดีครับ ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ว่าเก็บค่าจอดแพงไปนิด ตั้ง 40 บาท
เราเลยเดินขึ้นไปจนพ้นที่คนเล่นน้ำกันเยอะๆ เส้นทางก็ดีอยู่ เป็นทางระหว่างสวนยางกับน้ำตก น้ำตกนี้ช่วงล่างสุดเป็นน้ำตก ขึ้นไปอีกหน่อยหนึ่งเป็นลำธารหิน ขึ้นไปอีกจึงเป็นน้ำตกเตี้ยๆ สลับกับลำธารเป็นระยะๆ บางช่วงก็แคบ บางช่วงก็กว้าง ส่วนที่กว้างก็น่าลงเล่นน้ำ
สองข้างทางก็ร่มรื่นดี แต่ไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ เป็นต้นไม้เตี้ยๆ เสียเป็นส่วนมาก คิดว่าต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นไปแล้ว เพราะแถวนี้เป็นสวนยาง มีบ้านคนบ้างตอนท้ายน้ำ ส่วนตอนบนเป็นป่าไม้สลับกับป่ายาง แต่เป็นป่ายางเก่า อายุมากแล้ว ป่าก็เลยชื้นมากหน่อย มีกล้วยไม้ต้นอ่อนๆ เกาะตามกิ่งไม้เล็กๆ แถวลำธารน้ำตกก็ไม่น้อย มีทั้งพวก Dendrobium ที่เป็นเอื้องสายแต่ไม่ทราบชนิด Eria ไม่ทราบชนิด Trixspermum centipedum เอื้องตะขาบเหลือง อย่างที่เคยเห็นที่น้ำตกโตนสะตอและน้ำตกอื่นๆ แถวพัทลุงเหมือนกัน แล้วก็มีหวายตะมอยน้อย Dendrobium hendersonii แต่ป่านี้ไม่ค่อยมีพวกสิงโตเท่าไหร่นัก และไม่เห็นพวก Phalaenopsis หรือ Kingidium เลย หรือว่าตาไม่ดีหาไม่เจอก็ไม่รู้
นี่ถ้าฝนตกมากกว่านี้ป่าชื้นกว่านี้อีก คงมีเฟิร์น เห็ด และไม้ล้มลุกขึ้นอีกหลายชนิด นี่ก็มีเห็ดไม้ขึ้นตามขอนไม้ตายเยอะแยะเลย
ป้ายกำกับ: dendrobium, Dendrobium hendersonii, Eria, Kingidium, Phalaenopsis, Trixspermum centipedum
08 เมษายน 2550
น้ำตกหม่อมจุ้ย 2007-04-07
คราวนี้เดินลึกขึ้นไปจากที่เดิมมาก เดินไปตามทางข้างน้ำตกไปตลอดทาง เดินไป 20 นาที ยังมีเด็กหนุ่มๆ เล่นน้ำกันอยู่เลย ขึ้นมาเล่นกันสูงจัง เลยเดินต่อไป รวมประมาณครึ่งชั่วโมงได้ จนหมดแรงแล้ว ก็เลยวกไปที่น้ำตก อืมม ทิวทัศน์ไม่เลวแฮะ ป่ายังบริสุทธิ์เลย แทบไม่มีขยะ กล้วยไม้ก็ยังมีเยอะ แล้วยังมีถ้ำค้างคาวด้วย ถ้ำค้างคาวจริงๆ เป็นถ้ำเล็กๆ อยู่ข้างน้ำตก เรียกว่าอยู่ที่น้ำตกเลยก็ได้ แต่เป็นโพรง มีค้างคาวมานอนอยู่หลายตัว ไม่เห็นหรอกครับ แต่กลิ่นขี้ค้างคาวโชยมาแต่ไกลเลย
เอ้า เล่ามาตั้งนาน มาดูน้ำตกกันก่อนดีกว่าครับ
ตรงนี้ก็อย่างที่ว่า แถวถ้ำค้างคาวครับ อีกด้านนึงเป็นธารน้ำตกลอดโพรงหิน ดูแปลกดี แถวนี้หินก้อนใหญ่ๆ ทั้งนั้น ไปถ่ายด้านท้ายน้ำไม่ไหว เป็นหน้าผาสูง เลยถ่ายจากต้นน้ำอย่างนี้แหละ
เนี่ยครับ ถ่ายลงมาจากหน้าผา เห็นน้ำตกเป็นสาย ไม่ใหญ่โตอะไร แต่คิดว่าถ้าเป็นหน้าฝนน้ำเยอะๆ มันคงเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เอาเรื่องทีเดียว แล้วยังมีดอกไม้สีเหลืองชื่ออะไรไม่รู้ตลอดทางเดิน แล้วก็มีดอกไม้อีกหลายชนิด กลิ่นหอม แต่ดอกไม่สวย เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา เอารูปดอกเหลืองๆ นี่มาให้ดูละกันครับ
มาดูดอกใกล้ๆ กันดีกว่า สวยดีนะ แต่ไม่หอมอะครับ
เราเดินขึ้นไปอีกระยะนึง ถึงวังน้ำตื้นๆ คิดว่าพอแล้ว ไม่ขึ้นต่อไปแล้ว กินข้าวกลางวันกันตอนบ่ายสองครึ่งนี่แหละ อาตี้ลงเล่นน้ำสนุกเชียว นี่ถ้าท็อปมาด้วยคงสนุกกันใหญ่
แถวนี้ก็มีดอกไม้ตระกูลข่า ออกดอกเดือนเมษายน เรียกว่าอะไรไม่รู้ เลยตั้งชื่อซะเองว่าดอกสงกรานต์ ดอกสีเหลืองเล็กๆ เป็นช่อ อิอิ
นอกจากนั้นข้างทางยังมีดอกไม้อื่นๆ อีก อย่างต้นนี้ ไม่รู้ชื่ออะไร เป็นไม้เลื้อยครับ คล้ายโฮย่า แต่ออกดอกเดี่ยวๆ ไม่ได้เป็นช่อ ก็อาจเป็นโฮย่าชนิดนึงมั้ง
แล้วตลอดทางยังมีกล้วยไม้ชนิดนึง ขึ้นเยอะมากเลย พอดีฤดูนี้เป็นฤดูดอกของมันด้วย แต่ตามตำราว่าไว้ว่าฤดูดอกเป็นเดือนตุลาคม แต่ไหงมาออกเอาช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายนไม่รู้ เดาเอาว่าปีนึงออกสองหน หลังฝนแรกหลังหน้าร้อน กับช่วงฝนหนักปลายปีอีกที เป็นพวกสิงโตครับ ขึ้นตามต้นไม้แบบนี้
ขึ้นเป็นแนวตรงก็มี ขึ้นเป็นวงก็มี บางต้นก็ขึ้นในที่ค่อนข้างร่ม บางต้นก็โดนแดดจัด ส่วนใหญ๋ก็อยู่สูงๆ แต่ที่น่าสนใจคือพอต้นไม้ใหญ่ขึ้น ก็มีบางต้นล้มลงครับ พอดีไปเจอเข้า เลยได้ถ่ายรูปดอกกันจะๆ เลย ดอกสีแดง แล้วยังชอบกลับหัว กลีบเลยดูคล้ายก้ามปู ชื่อไทยว่า ก้ามปูแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bulbophyllum patens King ex Hk.f. ครับ เป็นกล้วยไม้ทางภาคใต้ แต่ไม่ได้พบทั่วไปทุกแห่ง ที่น้ำตกหม่อมจุ้ยนี่เยอะเชียว แต่น้ำตกอื่นก็แทบหาไม่พบเลย มีอย่างอื่นแทน คือมันก็พบมากเป็นหย่อมๆ ไม่ได้กระจายทั่วกันทั้งผืนป่า มาดูดอกกันซะที พล่ามเยอะไปหน่อย อิอิ
เป็นกล้วยไม้ดอกเดี่ยว ออกจากโคนหัว ขนาดใหญ่ครับ ประมาณ 4 ซม. ได้ สีแดงเลือดหมู กลิ่นหอมอ่อนๆ พวกสิงโตที่กลิ่นหอมมีไม่มาก หลายชนิดมีกลิ่นเหม็น บางต้นเหม็นเน่า บางต้นเหม็นเขียว บางต้นเหม็นคาว แต่ต้นนี้หอมครับ
นอกจากนี้ยังมีกล้วยไม้อีกหลายชนิด เช่น Ludisia discolor (Ker-Gawl.) A. Rich. ที่มีใบสีน้ำตาล มีเส้นใบสีทองสวยงาม แล้วยังมี Appendicula pendula Bl. และ Dendrobium, Pholidota และ Eria อีกด้วย แต่ไม่มีดอก ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา
ป้ายกำกับ: appendicula pendula, Bulbophyllum patens, dendrobium, Eria, ludisia discolor, Pholidota
01 เมษายน 2550
ฝายและน้ำตกอะไรไม่รู้ 2007-04-01
ทางขึ้นยากน่าดู เพราะเขาสร้างฝายปิดทางขึ้นไปซะแล้ว ต้องลัดเลาะไปตามข้างทาง แต่ในที่สุดก็หาทางไปจนถึงลำน้ำจนได้ แต่ก่อนจะถึงลำธาร ก็เจอเข้าอย่างจังกับกล้วยไม้ชนิดนึงครับ วานิลลา อุแม่เจ้า ไม่คิดว่าจะเจอจังๆ ขนาดนี้ กำลังออกดอกสวยเชียว แต่ว่าไม่หอมอะ นึกว่าวานิลลาน่าจะหอม แต่ดอกกลับไม่หอมเลยแฮะ อิอิ
เอ้า เห็นหน้าไม่ชัด ดูกันให้เห็นจะๆ ดีกว่า Vanilla albida Blume (ท. เอาะลบ, งดเขา) กล้วยไม้ชนิดนี้พบได้ทั่วไปทางภาคใต้ ออกดอกในเดือนมีนาคม เมษายนนี่แหละครับ
พอเดินลึกเข้าไปอีก ก็เจอกล้วยไม้อีกหลายชนิด แต่เสียดาย ไม่มีดอก ยกเว้นต้นนึงที่มีดอกอยู่ หวายตะมอยครับ Dendrobium crumenatum Sw. แต่ถ่ายรูปใกล้ๆ ไม่ได้ เพราะอยู่ซะบนกิ่งไม้กลางน้ำเลย ก็เลยดูไกลๆ แล้วกัน หวายตะมอยพบได้ทั่วไปครับ โดยเฉพาะในภาคใต้นี่ไปที่ไหนก็ต้องเห็น ไม่มีฤดูออกดอกที่แน่นอน ส่วนใหญ่ออกดอกเมื่อฝนตกหลังอากาศร้อน ดอกมีกลิ่นหอม
นอกจากนั้นก็มีพวก Vandoideae หลายสกุล แต่ไม่รู้จักซักชนิด อิอิ ก็ต้องดูดอก แล้วเอามาเปิดตำราถึงจะบอกได้ เสียดายไม่เห็นพวกสิงโตเลย แต่เห็นต้นนึงไม่แน่ใจว่าเป็น Coelogyne (เอื้องเทียน) หรือว่า Pholidota (สร้อยระย้า) กันแน่ ต้นใบของบางชนิดมันดูคล้ายกัน เห็นบนกิ่งสูงๆ เลยดูไม่ออกครับ ถ้าไม่เห็นดอก ก็เลยไม่ได้ถ่ายมาให้ดู
สรุปว่ากลับมานี่ปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมดเลย
ป้ายกำกับ: Dendrobium crumenatum, Vanilla albida
11 มีนาคม 2550
น้ำตกโตนสะตอ 2007-03-10
ออกจากหาดใหญ่ราวๆ สิบเอ็ดโมง ไปถึงก็เที่ยงกว่าๆ ทางเข้าเป็นลูกรัง เข้าไปในสวนยาง ดูแล้วไม่น่าจะเป็นที่ท่องเที่ยวเลย เข้าไปถึงลำธาร แต่ก็ไม่มีที่จอดรถ มีแต่ศาลาอยู่ข้างทาง มีรถตู้จอดอยู่สองคัน แล้วก็มอเตอร์ไซค์อีกสามสี่คัน ต่อไปมันเป็นทางเล็กแล้ว รถเข้าไม่ได้ เข้าได้แต่มอเตอร์ไซค์ ก็เลยลงเดิน
ทีแรกก็เดินไปตามทางในสวนยาง แล้วก็ตัดสินใจลงเดินตามน้ำตกดีกว่า ไม่งั้นไม่รู้ทางจะพาไปถึงไหน จุดแรกที่เห็นก็เป็นอย่างนี้ครับ
จากจุดนี้ก็เดินวกไปวนมา ข้ามไปฝั่งโน้น กลับมาฝั่งนี้ ก็ไม่รู้จะไปทางไหน มันเป็นน้ำตกชาวบ้าน ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เลยไม่มีป้ายบอกทางอะไร มีสวนยางและสวนป่าอยู่สองข้าง
แต่ว่าสองข้างทางก็มีดอกไม้ป่าน่าสนใจครับ มาดูกันเลย
ดอกอะไรไม่รู้ครับ อยู่ข้างทาง เห็นตั้งแต่พอเริ่มเดินเลย กลิ่นหอมฉุนอ่อนๆ สีแดงสดดี แต่ไม่รู้จักครับ
ต้นนี้เป็นเข็มป่า สองข้างทางน้ำตกนี้เข็มป่าต้นใหญ่ๆ ออกดอกเยอะแยะ สวยมาก แดงเป็นหย่อมๆ แต่เสียดายที่กลิ่นหอมอ่อนมาก กลางดอกมีก้านเกสรยื่นยาวออกมา ไม่เหมือนกับเข็มทั่วไป ลองเทียบกันเข็มป่าในรูปที่ถ่ายจากน้ำตกหม่อมจุ้ย จะเห็นว่าต่างกัน ซึ่งที่น้ำตกโตนสะตอก็มีขึ้นประปรายเหมือนกัน
นอกจากนั้นยังมีเข็มม่วงด้วย ต้นไม่ใหญ่โต แต่ดอกก็สวยงามใช้ได้
ซึ่งก็เป็นคนละชนิดกับต้นที่ถ่ายที่น้ำตกหม่อมจุ้ย ที่นี่ไม่เห็นเลยซักต้น
นอกจากนี้ก็ยังมีพวกกระทือด้วย ต้นนี้ขึ้นข้างทางเดิน
แล้วในป่ายางก็ยังมีต้นพุดอะไรไม่รู้ ดอกใหญ่ สีเหลือง สีเหลืองคล้ายพุดน้ำบุษย์ แต่กลิ่นคล้ายพุดซ้อน หอมมากทีเดียว ต้นสูงใหญ่ สรุปว่าเป็นพืชสกุล Gardenia แล้วกัน ไม่รู้ชนิด ถ่ายมาได้แต่ดอกที่ร่วงอยู่ครับ
เดินไปเดินมา พลเกิดไปเห็นหนอนบุ้งต้วใหญ่บักเอิบเลย สองตัว ดูออกมั้ยนั่น
น้ำตกโตนสะตอ มีลักษณะเป็นธารน้ำที่มีพื้นเป็นหินมากกว่าน้ำตก คือไม่มีจุดไหนที่เป็นหน้าผาเลย สามารถเดินขึ้นไปตามต้นน้ำได้เรื่อยๆ เราก็เดินไปจนถึงจุดที่มีกล้วยไม้ป่าสามสี่ชนิด เป็นพวกสิงโต หวาย แล้วก็ยังพบต้นที่หายาก เป็นชนิด Microsaccus griffithii ชื่อไทยว่า ตานตะขาบ ที่ระบุชนิดได้นี่เพราะมาเปิดตำราแล้ว เค้าบอกว่าในประเทศไทยพบเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ที่จริงต้นนี้เห็นแล้วติดตาครับ เคยเห็นในหนังสือมาก่อน พอมาเจอก็เลยจำได้ มีขนาดเล็ก ใบเรียงสลับกัน ดูแล้วคล้ายตะขาบ เสียดายว่าอยู่สูง ถ่ายรูปไม่ถึงครับ เลยเอารูปจากเน็ตมาให้ดูแทนแล้วกัน ในรูปมีดอกด้วย แต่จริงๆ แล้วเดือนนี้ยังไม่ออกดอกครับ ต้องประมาณเดือนกรกฎาคม
แล้วก็ยังมีพวกเอื้องแมงมุม Thrixspermum ด้วย ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็น Thrixspermum centipeda ที่มีก้านดอกคล้ายตะขาบ คำว่า centipede แปลว่าตะขาบนั่นเอง ตอนนี้เห็นแต่ก้านดอกครับ ไม่เห็นดอก เนื่องจากไม่ใช่ฤดูดอกของมัน เลยเอารูปจากบล็อกนี้มาให้ดูแทนครับ http://orchidaceae-malaysiana.blogspot.com
ป้ายกำกับ: Gardenia, Microsaccus griffithii, Thrixspermum centipeda, Tone Sataw water fall
05 มีนาคม 2550
น้ำตกหม่อมจุ้ย 2007-03-04
เราวกเข้าป่าตามทางเดินสำรวจธรรมชาติก่อนครับ พอวกลงมาที่น้ำตก ก็ลงมาตรงวังขี้ขม (ฮา) ชื่อวังนี้ประหลาดดี น่าจะมาจากชื่อต้นไม้หรืออะไรซักอย่าง มีต้นไม้ที่กำลังออกดอกอยู่ต้นนึงตรงป้ายเลย ใบมีกลิ่นเหม็นเขียวและมีรสขม ก็เลยเดาเอาอย่างนั้น มีคนเล่นน้ำกันอยู่หกเจ็ดคน ก็เลยเดินขึ้นไปอีก พอขึ้นไปสักพักก็เจอโตรกเล็กๆ เป็นทางน้ำแคบๆ ตามรูป ขึ้นไปเหนือนั้นเป็นน้ำตกอีกชั้นหนึ่งครับ ไม่ได้ดูว่าชื่ออะไร
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีดอกไม้มากนัก มีที่ออกดอกตลอดปีอย่างเข็ม เข็มม่วง แล้วก็ยังมีดอกอะไรไม่รู้ครับ ดอกสีม่วงเหมือนกัน
ส่วนเข็มก็เหมือนเข็มป่าทั่วไปของทางใต้แหละครับ ที่จริงคิดว่าดอกสวยกว่าเข็มเลี้ยงตามบ้านด้วยซ้ำ เพียงแต่ต้นออกจะเก้งก้าง และดอกน้อยไปหน่อยเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีดอกอะไรก็ไม่ทราบอยู่ริมน้ำตก
ส่วนเฟิร์นช่วงนี้ก็เป็นพวกที่ทนแห้งซะหน่อย กนกนารีก็มี แต่ก็ไม่งามนัก เพราะอากาศค่อนข้างแห้ง พวกที่ชอบชื้นมากๆ ก็ตายไป รอถึงฤดูฝนชุกค่อยกลับขึ้นมาใหม่ ตอนนี้ก็มีอย่างที่เห็น
ส่วนไม้ยืนต้นที่เด่นๆ แถวนี้ก็คงเป็นปาล์มพนครับ ต้นสูงโย่งเชียว เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา
พอวกกลับลงมาที่น้ำตก ก็สวยงามดีครับ ตามรูป มีกล้วยไม้หลายชนิดอยู่เหมือนกัน พวกสิงโต (Bulbophyllum) และหวาย (Dendrobium) แต่ไม่มีดอก ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา แล้วยังเห็นมีเอื้องกุหลาบ (Aerides) และหวายแดง (Renanthera) ด้วย ส่วนใหญ่ก็อยู่บนต้นไม้สูงเสียด้วย แต่ที่น่าตื่นตาคือได้เห็นว่านน้ำทองหรือว่านร่อนทองครับ ขึ้นอยู่บนหินตามธรรมชาติ ต้นไม่ใหญ่โตสวยงามเหมือนที่เลี้ยง แต่ก็อยู่ในธรรมชาติจริงๆ
ว่านน้ำทองเป็นกล้วยไม้โบราณครับ ชื่อวิทยาศาสตร์ Ludisia discolor ที่จริงช่วงนี้บางต้นก็ออกดอกแล้ว แต่ที่เห็นนี่ยังไม่ออกดอกครับ คิดว่าคงเพราะต้นยังเล็กอยู่มาก คงรอถึงฤดูฝน ให้ต้นเจริญใหญ่เต็มที่ค่อยออกดอกก็ได้
นอกนั้นก็เห็นกล้วยไม้ดอกจิ๋ว Appendicula pendula เหมือนที่น้ำตกบริพัตร เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา
นอกนั้นก็มีลูกอะไรไม่รู้ครับ สีแดงสดเชียว แต่ไม่กล้าชิมหรอกครับ ยังไม่อยากตาย อิอิ
ป้ายกำกับ: aerides, appendicula pendula, berry, bulbophyllum, dendrobium, fern, ludisia discolor, momjui water fall, renanthera
กล้วยไม้ที่น้ำตกบริพัตร 2007-02-11
วันนี้ไปเยี่ยมน้ำตกบริพัตรอีกครั้ง ต่างจากสองครั้งแรกที่ไป ครั้งแรกนั้น ไปช่วงวันหยุดปีใหม่ ตอนนั้นฝนยังตก ป่ายังชื้นอยู่มาก มีต้นไม้คลุมดินหลายชนิด โดยเฉพาะพวกบีโกเนีย หลายชนิดกำลังออกดอกทิ้งท้ายฝน เพื่อจะตายในช่วงแล้ง แล้วกลับมามีชีวิตใหม่ในหน้าฝนต่อไป
ครั้งที่สอง ไปในเดือนเมษายน ก่อนสงกรานต์ ตอนนั้นฝนแรกเริ่มตกแล้ว แต่บีโกเนียยังไม่ขึ้น แต่ก็มีไม้ที่ออกดอกหน้าร้อนหลายชนิด เช่นพวกเข็มและกล้วยไม้ เช่น Cymbidium ensifolium หรือชื่อไทยคือ จุหลัน
แต่ก็แปลกที่ออกดอกเดือนเมษายน ทั้งที่ในตำราบอกว่าออกดอกระหว่างตุลาคมถึงธันวาคม แล้วสีก็ยังออกเหลืองอย่างชัดเจน ในขณะที่ในตำรามักจะบอกว่าเป็นสีน้ำตาล ต้นที่มีดอกตลอด ไม่ว่าจะไปเยี่ยมเดือนไหนก็คือเข็มม่วง
ครั้งนี้ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ จะเห็นอะไรบ้าง เรามาติดตามกัน
เราเดินขึ้นไปตามทางขึ้นไปสู่น้ำตกชั้นบนครับ เพื่อตามรอยต้นไม้ ไม่ได้เล่นน้ำครับ ช่วงนี้ไม่มีฝนแล้ว พื้นดินแห้ง บีโกเนียตายหมดแล้ว ดอกไม้แทบไม่มีเห็นนอกจากเข็มม่วง ระหว่างทางแทบจะไม่มีอะไรน่าสนใจ เจอเข็มป่าดอกแดงต้นนึง แต่คราวนี้เราตามหากล้วยไม้กัน คราวก่อนๆ หน้านี้ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกล้วยไม้ป่าเท่าไหร่ แต่คราวนี้มีตำราแล้ว แต่ไม่ได้เอาไปด้วย ใช้วิธีถ่ายรูปเอามาเทียบกับตำรา แต่ก็ไม่ง่ายเลย เพราะช่วงนี้ไม่มีอะไรออกดอก นอกจาก... Appendicula pendula
ดอกเล็กกว่าหัวเข็มหมุดเสียอีก ตอนแรกไม่ได้สังเกตเลยด้วยซ้ำว่ามีดอก เพราะมันเล็กมากจริงๆ ต้นนี้ไม่มีชื่อภาษาไทย เพราะไม่มีอะไรน่าสนใจเอาเลย ตำราบอกว่าออกดอกเดือนมิถุนายน แต่ที่นี่ออกดอกไปแล้ว น่าสังเกตว่ากล้วยไม้ทางใต้นี่ออกดอกผิดฤดูกาลที่เขียนไว้ตามตำราไปหมด คือถ้าเป็นกล้วยไม้ที่พบในภาคอื่นๆ ด้วย ทางใต้นี่จะออกดอกผิดเวลาจากเขาหมด เพราะฉะนั้นคาดหวังอะไรไม่ได้เลย
คราวนี้เจอต้นนึงที่น่าจะเป็น Pholidota imbricata หรือชื่อไทยว่า เอื้องกาบดอก หรือเอื้องสายสร้อย หรือเอื้องลำต่อใหญ่ หรือว่าหางกระดิ่ง แต่ก็ไม่แน่ใจ ใบยาวมากทีเดียว ช่อดอกยาวฟุตกว่าๆ ที่รู้ว่าช่อดอกยาวเพราะกำลังติดฝักเป็นพวงเลย แต่ว่ามันอ้อมไปอยู่หลังกิ่งไม้ ไม่ใช่สิ รากไม้ เลยไม่เห็นในรูป
ดูดอกที่เอามาจากเว็บกันครับ
ทีแรกก็เรียกเป็นสิงโตหมดเลย แต่พอเอามาเทียบกับตำราแล้ว ถึงได้พอจะแยกออกว่าต้นนี้น่าจะเป็น Pholidota แต่จะไม่บรรยายรายละเอียด เพราะคิดว่าคงไม่น่าสนใจสำหรับคนส่วนใหญ่
อีกต้นนึงที่ติดอยู่กับกิ่งไม้แห้งที่หล่นอยู่บนพื้น ทีแรกก็นึกว่าเป็นพวกสิงโต พวก Bulbophylum แต่พอเอามาเทียบกับตำราแล้วน่าจะเป็น Eria ornata หรือชื่อไทยว่า เต่าทอง ต้นนี้ดอกไม่ได้สวยงามอะไร ดูจากรูปที่เอามาจากเว็บจะเห็นใบเลี้ยงสีส้มสดใสสวยงาม ไม่ต้องบรรยายนะว่าทำไมถึงจำแนกว่าน่าจะเป็นชนิดนี้ รายละเอียดเยอะมาก อิอิ
ยังมีอีก เกาะอยู่กับกิ่งไม้ที่ล้มนอนอยู่ ต้นนี้น่าจะอยู่ในกลุ่ม Bulbophyllum จริงๆ ซึ่งก็แตกย่อยไปอีก 6 genus แต่ดูๆ แล้วน่าจะเป็น Bulbophyllum หรือไม่ก็ Cirrhopetalum เดาเอาน่ะ
อีกต้นนึงอยู่ที่โคนไม้ใกล้ๆ กัน ต้นนี้จำแนกไม่ถูกครับ เพราะยังเล็ก อาจเป็น Coelogyne หรือ Eria ก็ได้ ไม่รู้เหมือนกัน นอกนั้นระหว่างทางยังเห็น Renanthera ที่น่าจะเป็น Renanthera isosepala หรือในภาษาไทยว่าหวายแดง อยู่ประปรายหลายแห่ง กล้วยไม้ต้นนี้แต่เดิมเรียกหวายแดงประจวบ ดอนเด็กๆ ยังเห็นขึ้นอยู่ตามข้างทางไปหัวหินเลย แต่ตอนนี้คงหาไม่ได้แล้ว ต้องหาตามป่าเขาทางใต้ลงไปอีก ช่วงนี้ไม่มีดอก ฤดูดอกตามตำราว่าเดือนสิงหาคมโน่น ถ้ามีโอกาสจะตามไปเก็บรูปมาให้ดู ต้นนี้ดอกสีแดงเพลิง ช่อยาวมากทีเดียว สวยงามมาก
วันนี้มาแนววิชาการมากเลย แต่เอาเป็นว่าใครไม่สนใจวิชาการก็ดูดอกไม้สวยๆ ที่เอามาให้ดูแล้วกัน อิอิ
ป้ายกำกับ: appendicula pendula, cymbidium ensifolium, eria ornata, orchid, paribatr water fall, pholidota imbricata, renanthera isosepala